กฎจราจรที่คนไทยละเลย | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
![]() กฎจราจรที่คนไทยละเลยกฎจราจรมีไว้เพื่อให้ทุกคน สามารถใช้ถนนสาธารณะร่วมกันได้อย่างเป็นระเบียบและปล อดภัย ในแต่ละประเทศมีกฎจราจรพื้นฐานคล้ายกัน แต่ต่างกันที่รายละเอียดและความเข้ม งวดในการปฏิบัติ บทความนี้รวบรวมกฎจราจรของไทยหรือ ลักษณะการขับรถยนต์ ที่คนไทยละเลย ไม่ปฏิบัติตาม จนกลายเป็นเรื่องปกติ หรือถ้าใครเคร่งครัด ก็อาจจะถูกด่าหรือชนได้ ทั้งหมดเป็นเพียงการรวบรวมให้ทราบ แต่คงยากที่จะชักจูงให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ตราบใดที่ยังมีสินบน! หลีกเลี่ยงการเสียค่าปรับ ขับช้าชิดซ้ายไม่ได้พบแต่ตามถนนโล่งต่างจังหวัดเท่า นั้น บนทางด่วนหรือทางลอยฟ้าในกรุงเทพฯ ก็พบได้บ่อยๆ เพราะคำว่าช้า และมีกฎหมายจำกัดความ เร็วสูงสุดไว้ จึงทำให้หลายคนคิดว่า เมื่อไรที่รู้สึก ด้วยตัวเองว่าเร็วแล้ว หรือขับเกินความเร็วที่กฎ หมายจำกัดไว้ ก็จะขับแช่อยู่ในเลนขวาได้ เพราะในเมื่อไม่ได้คิดว่าขับช้า ก็ไม่ต้องชิดซ้าย วิธีที่ถูกต้อง คือ แซงแล้วต้องชิดซ้าย เลนขวามีไว้แซงเท่านั้น หรือราชการควรเปลี่ยนประ โยคใหม่เพิ่มคำว่า "กว่า" เข้าไปจากขับช้าชิดซ้าย เปลี่ยนประโยคเป็นขับช้ากว่าชิดซ้าย คือ ไม่ว่าจะขับด้วยความเร็วเท่าใดในเลนขวา ถ้ามีรถยนต์ ที่ตามมาขับเร็วกว่า ก็ต้องหลบซ้ายให้ ไม่ต้องทำ ตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตัดสินผู้อื่นว่า หากตน เองขับเร็วตามกฎหมายแล้วไม่ต้องหลบให้ใคร แนะนำว่าไม่ต้องคิดเช่นนั้น เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเรา หากมีรถยนต์ที่เร็วกว่า ก็ควรหลบ เข้าเลนซ้ายให้ ถึงแม้เลนซ้ายในช่วงนั้นจะขรุขระ บ้าง แต่ถ้าไม่ถึงกับแย่จนทนขับไม่ได้ ก็ควรหลบ เข้าเลนซ้ายชั่วคราว พอถูกแซงผ่านไปและว่างก็ค่อยกลับมาเลนขวา ขับเร็วเกินกำหนดกฎหมายไทยจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ต่ำ คือ 90-120 กม./ชม. แล้วแต่ว่าจะเป็นถนนใด ถ้าเป็นถนนหลวงใช้ฟรี มักถูกจำกัดแค่ 90 กม. /ชม. คนส่วนใหญ่มองว่ากฎหมายล้าหลัง ไม่ปรับปรุงตามสมรรถนะของรถยนต์ และบนถนน จริงในการเดินทางไกล ก็แทบไม่มีใครทนขับช้าอย่างนั้น ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกจับ ก็โดนกันเกือบทุกคัน นับเป็นเรื่องที่หวานอมขมกลืน เพราะยังไม่มีแนวโน้มว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายนี้ ซึ่งก็ดีในแง่หนึ่งที่จะได้ความปลอดภัย เพราะคนไทยหลายสิบเปอร์เซ็นต์ขับรถยนต์โดยมีพื้นฐานที่ไม่ดี ยิ่งเร็วก็ยิ่งอันตราย แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เท่ากับเป็นกฎหมายที่ไม่สอดคล้องก ับความเป็นจริง ใครจะไปทนขับเป็นเต่า 90 กม./ชม. แม้แต่ข้าราชการ นักการเมืองใหญ่ๆ ก็ยังไม่เห็นใช้ความเร็วในการเดินทางต่ำอย่างนี้ ไม่เปิดไฟเลี้ยวบางคนหลงลืม บางคนไม่เปิดเป็นนิสัย บางคนตั้งใจไม่เปิด เพราะเคยพบกับคนอื่นที่นิสัยไร้น้ำใจ ซึ่งทำให้การเปิดไฟเลี้ยวที่น่าจะเป็น การเตือนให้ทราบหรือขอทาง แต่กลับเป็นการเตือนให้รู้ตัวและก็เร่งความเร็วมาปิด ช่องว่าง หลายคนจึงไม่เปิดไฟเลี้ยว ด้วยเหตุผลสั้นๆ คือ ไม่อยากให้คนอื่นรู้ตัว ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นควรเปิด เพราะจะได้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้น และก็คงไม่พบกับคนไร้น้ำใจกันทั้งถนน ป้ายหยุด แต่ไม่หยุดในไทยใช้คำว่า หยุด ส่วนในหลายประเทศใช้ป้าย STOP และต้องปฏิบัติตามป้ายอย่างเคร่งครัด เช่น ในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นถนนใหญ่หรือซอยเล็ก กลางวันหรือกลางคืน คึกคักหรือเปลี่ยว หากมีป้ายนี้ ต้องเบรกรถจนล้อหยุดหมุน จะสักครึ่งหรือหนึ่งวินาทีก็ยังดี หากเห็นว่าทางโล่งก็ค่อยขับต่อไป ไม่มีการปล่อยให้รถไหลช้าๆ ล้อต้องหยุดสนิทชั่วคราว ถ้ามีตำรวจซุ่มอยู่ แม้ว่าถนนจะโล่งและเปลี่ยว ไม่มีรถอื่นเลย ก็อาจถูกจับได้ทันที การหยุดแล้วดูเส้นทางให้แน่ใจว่าว่าง เป็นมาตรการที่ชัดเจนเพื่อความปลอดภัย เพราะการหยุดพร้อมกับตรวจสอบเส้นทาง ย่อมดีกว่าการปล่อยให้รถไหลไปพร้อมกับมองทางไปด้วย น่าแปลกที่คนไทยแทบไม่เคยจอดรถตามป้าย หยุด บางคนมองเห็นแยกข้างหน้า แต่ไม่คิดจะหยุดให้ล้อหมุนหยุดสักครู่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่เคยจับกุม บางคนไม่สนใจหรือไม่เห็นป้ายนี้เลย หรือเห็นแล้วแต่ไม่คิดว่าจะต้องเบรกจนล้อหยุด หากขับรถเป็นแถวและพบป้าย หยุด ที่ทางโล่ง ถ้าคนใดคนหนึ่งเบรกจนล้อหยุดสนิท ก็อาจถูกบีบแตรไล่หรือชนท้ายได้ สำหรับคนไทยแล้ว ป้าย หยุด จึงกลายเป็นสิ่งที่ไกลตัวหรือดูไร้สาระสำหรับบางคน ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องติดป้ายนี้ ฝ่าไฟเหลืองในไทยเห็นไฟเหลืองแล้วต้องเร่งส่ง ขณะที่ในหลายประเทศคือไฟหยุด เห็นไฟเหลืองแล้ว ต้องหยุดในไทยขืนไม่เร่งส่ง ก็อาจโดนก็อาจโดนบีบแตรไล่หรือถูกชนท้ายได้ เรื่องนี้คงยากที่จะแก้ไข เพราะถ้าพิสดารทำอยู่คนเดียวก็อาจถูกชนท้ายได้ เปิดเลนใหม่ซ้ายสุดหากการจราจรติดขัดมา และถนนมีไหล่ทางด้านซ้าย พอจะเปิดเลนใหม่ได้อีกสัก 1 เลน ก็จะไม่รีรอ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็อนุโลมให้ ในหลายประเทศ ห้ามทำเช่นนี้เด็ดขาด และไม่ว่าการจราจรจะติดขัดเพียงไร ก็ไม่มีใครเปิดเลนใหม่ริมซ้ายสุด เพราะจะโดนจับ จะใช้สำหรับรถยนต์จอดเสีย และที่สำคัญ คือ สำหรับรถยนต์ฉุกเฉิน เช่น กำลังจะไปลากรถยนต์ที่จอดเสีย หรือที่สำคัญคือรถพยาบาลที่ควรจะไปได้เร็วที่สุดในเลนโล่ง ๆ สำหรับคนไทยที่ทำเช่นนี้ จะสำนึกก็ต่อเมื่อต้องใช้บริการของรถพยาบาลแล้วทุกเลนเต็มหมด แม้แต่ริมซ้ายสุดก็ยังเต็ม จอดทับลายตารางเหลืองผู้ขับรถยนต์ส่วนใหญ่ทราบว่าห้ามจอดทับ แต่ในกรณีที่การจราจรติดขัดแบบพอไหล ๆ ได้ หลายคนก็เผลอจอดทับเพราะไม่ได้ประเมินรถยนต์บนการจราจรข้างหน้า คิดง่าย ๆ ว่าเดี๋ยว คงไหลไปเรื่อย ๆ ผ่านลายตารางไปได้ ในความเป็นจริง เมื่อถึงเขตตารางนี้ ถ้าไม่แน่ใจก็ควรรอให้รถยนต์คันนำหน้าเลยปลาย ตารางออกไปจนมีที่ว่างสำหรับรถยนต์ของเรา แล้วค่อยขับตามไป ไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่ไม่ยอมทำกันให้ถูกต้อง เลี้ยวซ้าย (ไม่) ผ่านตลอดหลายคนไม่ทราบว่า จะสามารถเลี้ยวซ้าย ผ่านตลอดได้ ก็ต่อเมื่อมีป้ายบอกไว้ชัดเจนว่า เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด หากไม่มีป้ายฯ รวมถึงไม่มีสัญญานไฟแยกออกมา ตามกฎหมายจะถือว่าตรงนั้น เลี้ยวซ้ายไม่ผ่านตลอด ต้องรอให้มีไฟเขียวทางตรงหรือไฟเขียวเลี้ยวซ้ายสว่าง ขึ้น ถึงจะเลี้ยวซ้ายได้ จอดเลยเส้นตรงแยกนับเป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อยๆ จนต้องมีกฎหมายตัดแต้มกัน น่าตำหนิโดยเฉพาะเมื่อจอดทับทางม้าลาย คนข้ามถนนต้องเดินเลี่ยงโดย ไม่จำเป็น คนอยู่ในรถยนต์เย็นฉ่ำกลับจอดบังทางม้าลายให้คนเดินถ นนที่ทั้งเจอความร้อนทั้งฝุ่นต้องลำบากมากขึ้น ไม่ต่อคิว จอดแปะขอเข้าน่าจะมีน้อยมากที่ปฏิบัติเพราะไม่คุ้นเส้น ทาง ส่วนใหญ่จะเป็นเพราะไม่อยากต่อคิวยาว เลยขับมาต้นๆ คิวแล้วจอดแปะริมคิวขอเข้า เกะกะออกไปอีกเลนหนึ่ง แล้วก็คิดไปเองว่า ในเมื่อเปิดไฟเลี้ยวแล้ว ก็น่าจะมีน้ำใจให้เข้าหน่อย โดยไม่มองว่าตนเอง ตั้งใจไม่ต่อคิวแล้วมาขอแทรกนั้นไม่ถูกต้อง แซงเส้นทึบทั้งนอกและในเมืองพบได้เสมอ มีทั้งตั้ง ใจและไม่ตั้งใจ แต่เดาว่าเกินครึ่งขับอย่างตั้งใจ โดยเห็นเส้นทึบก่อนตัอสินใจฝ่าฝืนขับข้ามหรือแซง จอดในที่ห้ามจอดแล้วเปิดไฟฉุกเฉินเสมือนว่าถ้าเปิดไฟฉุกเฉินแล้วจะจอดชั่วคราวได้ ถึงจะมีป้ายห้ามจอดอยู่ชัดเจนก็ตาม โดยไม่สนใจว่าจะเกะกะการจราจรเพียงไร ติดสินบน ต้นเหตุของการกระทำผิดการให้และรับสินบนเมื่อมีการกระทำผิดกฎจราจร นับเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย ใครไม่ยอมติดสินบนหรือตั้งใจรับใบสั่ง อาจจะกลาย เป็นคนโง่ในสังคมของตนเอง คนที่ติดสินบน มักจะยอมรับว่าตนเองกระทำผิด แล้วยกสารพัดข้ออ้างขึ้นมาหาความถูกต้องว่า เสียค่าปรับแพง เสียเวลาทำมาหากิน หรือโดนตัดแต้ม สู้ติดสินบนแล้วจบเลยตรงนั้นไม่ได้ พอดีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนก็เต็ม ใจและจับกุมเพื่อต้องการสินบนอยู่แล้ว การติดสินบนผิดทั้งผู้ให้และผู้รับ แต่คนที่ให้ กลับมาคิดหรือพูดภายหลังว่า โดนไถ หรือคนรับเลวฝ่ายเดียว ไม่ได้คิดเลยว่า ตนเองทำผิดกฎหมาย 2 ต่อ คือ ผิดกฎจราจร และติดสินบนเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้คงแก้ไขกันยาก หากพึงพอใจทั้ง 2 ฝ่าย และก็ไม่เคยมีคดีในศาลเรื่องการให้สิน บนเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังกระทำผิดกฎจราจร การติดสินบนหลังกระทำผิด ทำกันจนเป็นวัฒนธรรมกลายๆ ของคนไทยไปแล้ว และก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการกระทำผิดกฎจราจร โดยไม่ระมัดระวังหรือถึงขั้นตั้งใจกระทำผิดกันมาก เพราะหลายคนคิดอย่างชะล่าใจว่า อย่างมากถ้าบังเอิญถูกจับก็ยัดเงินเจ้าหน้าที่ร้อยสอ งร้อยบาทก็จบ หลายคนเดาว่า หากกระทำผิดกฎ จราจรแล้วติดสินบน มีโอกาสสำเร็จไม่ต้องรับใบสั่งถึงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ (ในความเป็นจริงจะมากกว่าหรือน้อยกว่า 80 ก็คงพอเดากันได้) หากการติดสินบนในเรื่องเล็กน้อยอย่างนี้ยังมีเป็นปกต ิ ก็ต้องถือว่าเป็นนิสัยพื้นฐานของ คนไทยที่ชอบซิกแซ็ก หรือหาทางเลี่ยงเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ดังนั้นก็เลิกด่านักการเมือง โกงกินได้เลย เพราะถ้าคุณไปอยู่ในบทบาทนั้น ก็คงซิกแซ็กโดยมีข้ออ้างสารพัดเช่นเดียวกับการ ไม่อยากจ่ายค่าปรับหลังการกระทำผิดกฎจราจร
สนใจรถยนต์มือสองคุณภาพดี ติดต่อได้ที่ |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
บทความเกี่ยวกับ รถยนต์ อื่นๆที่น่าสนใจ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||