สมาชิก login
ชื่อ:
รหัส:
สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

 ค้นหารถมือสอง โดยใช้รหัส

< คลิกวิธีดูรหัส

ค้นหารถมือสอง By google
 ค้นหารถมือสอง
ประเภท:
ยี่ห้อ:
รุ่น:
โฉม:
สี:
ปี:
ช่วง:
ราคา:
 

 รถมือสองทั้งหมด ตามยี่ห้อ
รวมรถมือสอง TOYOTA TOYOTA
 บริการอื่นๆที่น่าสนใจ
เคล็ดลับการขายรถใช้แล้ว
การเลือกซื้อรถมือสอง
ชำระเบี้ยประกันภัย
กฏหมายจราจร

 บริการไฟแนนซ์
 > รับจดทะเบียน
 > บริการโอนรถยนต์
 > รับจัดไฟแนนซ์
ติดต่อ คุณธิติชญาน์ 02-021-2288 ต่อ 1

ข้อเสนอแนะ
 
คลิกที่นี่

ยินดีต้อนรับพันธมิตรทุกท่าน
copy link ด้านล่างนี้ นำ ไปใส่เว็บ
ของท่าน ส่งlinkท่านให้เรา
คลิกที่นี่
 

 
 
    เปลี่ยนหรือไม่ ใคร่คิดดู 2 
     
  เรียนผู้อ่านทุกท่าน บทความเรื่อง เปลี่ยนหรือไม่ ใคร่คิดดู 2 ก่อนจะเกิดขึ้นนั้น ได้มีบทความ เปลี่ยนหรือไม่ ใคร่คิดดู มาก่อนแล้ว และนั่นก็เป็นครั้งแรก ซึ่งครั้งนั้นได้กล่าวถึงชิ้นส่วนอยู่ 3 อย่าง ได้แก่ แบตเตอรี่, ยางแท่นเครื่อง, แท่นเกียร์ และยางล้อรถยนต์ เมื่อผู้อ่านได้อ่านแล้วมีความเข้าใจในตัวชิ้นส่วนมากยิ่งขึ้น ว่าทำไมต้องเปลี่ยน การแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่บริการก็มีความเข้าใจที่ตรงกันอีก ด้วย ชิ้นส่วนทุกชิ้นส่วนย่อมมีอายุการใช้งานอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว ณ โอกาสนี้ ก็มีด้วยกัน 3 อย่าง ได้แก่ น้ำมันเบรก, น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ และน้ำมันเกียร์ ขอเริ่มเลยละกันนะครับ

 

น้ำมันเบรก
เป็นชิ้นส่วนที่สำคัญมากต่อรถยนต์ ถ้าน้ำมันเบรกไม่ดี จะส่งผลต่อประสิทธิภาพต่อการเบรก และชิ้นส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบเบรก นอกจากนั้น อาจนำพาไปสู่เรื่องของอุบัติเหตุได้ ดังนั้น น้ำมันเบรกจะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายทุกๆ 40,000 กิโลเมตร ตามระยะทางที่กำหนดครับ

 ไม่เปลี่ยน -   การส่งถ่ายแรงเบรกด้อยลง
 เปลี่ยน  -   การไหลของน้ำมันเบรกได้เต็มที่ และรวดเร็ว
 ไม่เปลี่ยน -   การคืนตัวของผ้าเบรกช้า
 เปลี่ยน  -   ผ้าเบรกคืนตัวได้เร็วหลังจากถอนเท้าออกจากคันเหยียบเบรก
 ไม่เปลี่ยน -   แม่ปั้มเบรก, ลูกยางเบรก ชำรุด(รั่ว) เร็วกว่าที่ควรเป็น
 เปลี่ยน  -   ชิ้นส่วนเสียหายช้า ประหยัดเงินในการซ่อม
 ไม่เปลี่ยน -   กระบอกเบรก เกิดเป็นตามด ไม่สามารถซ่อมได้ ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งลูก (ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น)
 เปลี่ยน  -   กระบอกเบรก ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์
 ไม่เปลี่ยน -   ใช้แรงในการเบรกมากกว่าที่ควรจะเป็น
 เปลี่ยน  -    แรงที่ใช้ในการเหยียบเบรกเหมือนปกติ
 ไม่เปลี่ยน -   เกิดฟองอากาศในระบบเบรกง่ายขึ้น อาการเบรกจมหายง่ายขึ้น
 เปลี่ยน  -   โอกาสที่เบรกจมหายในระบบจะไม่เกิดขึ้น

 

น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
จะต้องมีการเปลี่ยนเหมือนน้ำมันทั่วๆไป บางท่านอาจมองข้ามกันไปว่า ไม่สำคัญเท่าไหร่ อะไรทำนองนี้ ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะว่า หากไม่เปลี่ยนตามระยะทางที่กำหนด จะนำพาหรือเป็นเหตุให้ชิ้นส่วนอื่นเสียหายมากขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้ประสิทธิภาพในการบังคับเลี้ยวด้อยลง การเปลี่ยนถ่ายก็ทุกๆ 40,000 กิโลเมตร ดังนั้น เรามาลองทำความเข้าใจกันครับ

 ไม่เปลี่ยน -   ชิ้นส่วนต่างๆ จะมีการชำรุดสึกหรอ ง่ายขึ้น
 เปลี่ยน  -   อายุการใช้งานของชี้ยาวนาน
 ไม่เปลี่ยน -   หากมีการชำรุด แล้วมีการซ่อม ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ใช้เวลาก็มาก
 เปลี่ยน  -   ประหยัดเงิน และ เวลาได้มาก
 ไม่เปลี่ยน -   เกิดเสียงดังเวลาปั้มเพาเวอร์ทำงาน
 เปลี่ยน  -   ไม่เกิดเสียงดังแต่อย่างใด
 ไม่เปลี่ยน -   การส่งถ่ายแรงในการบังคับเลี้ยว ได้ไม่เต็มที่
 เปลี่ยน  -   การบังคับเลี้ยวเป็นไปอย่างสมบูรณ์
 ไม่เปลี่ยน -   ปั้มเพาเวอร์มีการทำงานหนักมากขึ้น การสึกหรอย่อมสูงขั้น
 เปลี่ยน  -   การทำงานของปั้มเพาเวอร์ทำงานเป็นปกติ การใช้งานนาน
 ไม่เปลี่ยน -   หากมีการรั่วแล้วเลอะเทอะบนถนน ผู้ร่วมใช้เส้นทางเกิดอุบัติเหตุได้
 เปลี่ยน   -   ปัญหาของอุบัติเหตุที่เกิดจากรถยนต์ของเรา จะไม่เกิดขึ้น

 

น้ำมันเกียร์ (ธรรมดา, อัตโนมัติ)
เป็นชิ้นส่วนที่สำคัญชิ้นหนึ่ง จำเป็นจะต้องมีการบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนถ่ายตามระยะทางที่กำหนด ซึ่งแต่ละรุ่นแต่ละแบบจะแตกต่างกันไป อย่างไรแล้วท่านผู้อ่านศึกษาได้จากคู่มือการใช้รถยนต์ของท่าน แต่ถ้าไม่มีคู่มือการใช้รถก็สามารถสอบถามไปยังแผนกบริการ รถยนต์รุ่นนั้นๆได้อีกทางหนึ่ง น้ำมันเกียร์เหมือนกับน้ำมันอื่นๆ ดังนั้น หากไม่ปฏิบัติอาจส่งผลถึงสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้

 ไม่เปลี่ยน -   ชิ้นส่วนของเกียร์มีการสึกหรอสูงขึ้นกว่าปกติ
 เปลี่ยน  -   ชิ้นส่วนของเกียร์มีการใช้งานยาวนาน
 ไม่เปลี่ยน -   การรั่วของน้ำมันเกียร์ผ่านทางชิ้นส่วนต่างๆง่ายขึ้น
 เปลี่ยน  -   การรั่วของน้ำมันเกียร์ผ่านซีลช้าขึ้น
 ไม่เปลี่ยน -   การระบายความร้อนของตัวเกียร์ไม่ดี (กว่าที่ควรจะเป็น)
 เปลี่ยน  -   การถ่ายเทความร้อนของตัวเกียร์ดีเป็นปกติ
 ไม่เปลี่ยน -   การไหลลื่นของเกียร์ด้อยลง
 เปลี่ยน  -   การไหลลื่นของเกียร์เป็นไปอย่างสมบูรณ์
 ไม่เปลี่ยน -   ในการเลื่อนเข้าเกียร์ยาก
 เปลี่ยน  -   การเลื่อนเข้าเกียร์นุ่มนวล
 ไม่เปลี่ยน -   กินเชื้อเพลิงมากขึ้น สำหรับเกียร์อัตโนมัติ
 เปลี่ยน  -   อัตราเร่งดี การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยลง
 ไม่เปลี่ยน -   หากมีการซ่อมชุดเกียร์ จะมีค่าใช้จ่ายและเวลาที่มาก
 เปลี่ยน  -   การที่จะมีการซ่อมเกียร์ยากมาก ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก


เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับความเข้าใจในครั้งนี้ หากผู้ขับขี่พบเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งก็แสดงว่ามีการขัดข้องเกิดขึ้น ก็ให้รีบตรวจสอบโดยด่วน คงไม่มีใครไม่รักรถนะครับ ข้อกำหนดต่างๆที่อยู่ในคู่มือการใช้รถนั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานในการดำเนินการปฏิบัติครับ หลายท่านอาจจะไม่นำรถเข้าศูนย์บริการแล้ว ก็ให้คำนึงถึงตามที่กล่าวมาด้วยครับ ท้ายนี้ขอให้ผู้อ่านทุกท่านใช้รถยนต์อย่างมีความสุขและคุ้มค่าสูงสุดครับ สวัสดีครับ

 

เครดิต http://www.phithan-toyota.com/th/articledetail.php?article_id=598&category_id=3&r=1

 
     
 
 อ่าน[4567]        
 
     
   บทความเกี่ยวกับ รถยนต์ อื่นๆที่น่าสนใจ  
 
 
  หัวเรื่อง อ่าน
อัตราค่าปรับ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 (รู้ไว้เผื่อโดนฟันเกินราคา) 13693
วิธีการ modify เบรคให้ดีขึ้น 6682
ข้อพึงระวังในการล้างอัดฉีด 5812
รถแต่ง รถซิ่ง ผิดเพราะแปลกตาหรือกระทำผิดจริง 7626
ท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง 7726
เทคโนโลยีการขับขี่ในยุคหน้า 11773
ทะเบียนชนิดต่างๆ 4729
วิธีการป้องกันรถหาย 5065
การเคลมประกันรถยนต์ 15004
อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษแบบสามทาง 3422
 
ดูรายการทั้งหมด รถมือสอง รถบ้าน