สมาชิก login
ชื่อ:
รหัส:
สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

 ค้นหารถมือสอง โดยใช้รหัส

< คลิกวิธีดูรหัส

ค้นหารถมือสอง By google
 ค้นหารถมือสอง
ประเภท:
ยี่ห้อ:
รุ่น:
โฉม:
สี:
ปี:
ช่วง:
ราคา:
 

 รถมือสองทั้งหมด ตามยี่ห้อ
รวมรถมือสอง TOYOTA TOYOTA
 บริการอื่นๆที่น่าสนใจ
เคล็ดลับการขายรถใช้แล้ว
การเลือกซื้อรถมือสอง
ชำระเบี้ยประกันภัย
กฏหมายจราจร

 บริการไฟแนนซ์
 > รับจดทะเบียน
 > บริการโอนรถยนต์
 > รับจัดไฟแนนซ์
ติดต่อ คุณธิติชญาน์ 02-021-2288 ต่อ 1

ข้อเสนอแนะ
 
คลิกที่นี่

ยินดีต้อนรับพันธมิตรทุกท่าน
copy link ด้านล่างนี้ นำ ไปใส่เว็บ
ของท่าน ส่งlinkท่านให้เรา
คลิกที่นี่
 

 
 
    ทำไม ล้อสั่น ? และวิธีการแก้ไข 
     

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ทำไม ล้อสั่น ? และวิธีการแก้ไข

        ปัญหาที่มักพบกัน ที่ท่านผู้ขับรถ มักไม่ชอบ ก็คือเวลาวิ่ง แล้วเกิดอาการ ล้อสั่น ซึ่งทำให้เกิดความรำคาญและเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภ ัยในการขับขี่ ซึ่งเราจะได้กล่าวถึงสาเหตุคร่าวๆ ดังต่อไปนี้
1. ช่วงล่าง ชุดขับเคลื่อน เกิดการชำรุด หลวม สั่นคลอน เวลาวิ่ง ซึ่งเป็นเหตุให้เกิด การสั่นของล้อได้เหมือนกัน
2. ล้อแม็ก เกิดการดุ้ง บิดเบี้ยวเสียรูปทรง
3. ยาง เกิดหมดสภาพ โครงสร้าง ผิดรูป ไม่สมดุลย์

         แต่ก็มีอีกสาเหตุหนึ่ง ที่คนส่วนใหญ่ มองข้ามไป ก็คือ โดยปกติของการผลิตล้อออกมาจำหน่ายนั้น เขาจะทำค่าของรูตรงกลางล้อ ( Hub Bore ) เป็นค่าออกกลางๆ เช่น 67 มม. หรือ 73 มม. เสียส่วนใหญ่ ยกเว้นล้อที่ผลิตออกมาโดยเฉพาะกับรถนั้นๆ ก็จะมีค่าดุมล้อกับล้อแม็กพอดีกัน แต่หากมีการซื้อหรือเลือกใช้ล้ออื่น โอกาสของความพอดีของดุมก็อาจผิดไป
จึงทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง ดุมล้อ กับ ล้อแม็ก ซึ่งมีผลทำให้การร่วมศูนย์ของดุม กับ ล้อแม็กซ์ ลดลง ก็เป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดอาการ ล้อสั่น และทำให้เรารู้สึกได้ในขณะขับ ( ดูรูปภาพด้านล่าง )
สำหรับปัญหานี้ เราได้จัดหาอุปกรณ์เสริม เพื่อลดช่องว่างและทำให้เกิดความกระชับ มีความร่วมศูนย์มากขึ้น ซึ่งอุปกรณ์เสริม นี้เราเรียกว่า Hub Ring หรือ วงแหวนเสริมช่องว่างในรูดุมนั้นเอง

  ...วิธีการใส่หรือประกอบ HUB RING ได้ด้วยตนเอง จะทำอย่างไร ? ( D.I.Y )...
ประการที่หนึ่ง ต้องทราบว่ารถของเรามีค่า เส้นผ่าศูนย์กลาง ( Hub Bore ) อยู่ที่เท่าไร ? ดูได้จากคู่มือประจำรถ หรือวัดจากของจริง  สมมุติ ค่าที่วัดได้ของดุมนี้  เท่ากับ 57.1 มม. ( I.D. )
ประการที่สอง เมื่อเราทราบค่าที่รถของเราแล้ว เราจะต้องหาขนาดรูตรงกลางดุมของ ล้อแม็ก ของเราด้วย ซึ่งเราจะทราบได้ด้วยวิธีการวัด ดังรายละเอียดและวิธีการ ด้านล่างนี้.. ถอด ล้อแม็ก ออกมาจากรถ หงาย ล้อแม็ก แล้วใช้ไม้บรรทัดเล็กๆ
อ่านค่าที่วัดได้ ซึ่งส่วนใหญ่ ผู้ผลิตล้อแม็ก มักจะทำรูตรงกลาง ( Hub Bore ) นี้ไว้ที่ Ø 67 มม. หรือ Ø 73 มม.
สมมุติ วัดได้ Ø 67 มม. ( O.D. )  หลังจากทราบค่าแล้ว ก็สั่งของ ตามขนาดที่เราทราบ ก็คือ...
O.D. = 67 มม.
I.D. = 57.1 มม.
(* ซึ่งตรงกับรหัสสินค้า หมายเลข HR-04 ) หลังจากได้รับของ ก็นำ Hub Ring มาใส่ที่ ล้อแม็ก ของเรา
นำล้อที่ประกอบ Hub Ring เสร็จแล้ว ไปใส่กลับที่รถของเรา


* หมายเหตุ *  แต่หากขนาดนอกเหนือจาก ค่าที่ Ø 67 มม.หรือ Ø 73 มม. เราก็สามารถทำได้ดังนี้...
   1. คว้านรูที่ ล้อแม็ก โดยกำหนดให้มีค่าเท่ากับ Ø 67.1 มม. หรือ Ø 73.1 มม ตามแต่ยี่ห้อของ ล้อแม็ก
   2. แต่สำหรับรถ ที่มีรูดุมกลางใหญ่กว่า เราจะต้องสั่งทำ Hub Ring ชนิดพิเศษ เช่น พวกรถ BMW หรือ Pick up เป็นต้น

 

เครดิต http://www.hondaloverclub.com/forums/showthread.php?t=11804

 
     
 
 อ่าน[5974]        
 
     
   บทความเกี่ยวกับ รถยนต์ อื่นๆที่น่าสนใจ  
 
 
  หัวเรื่อง อ่าน
ลักษณะของการเข้าจอด 5303
ชนิดของผ้าดิสก์เบรก 4958
การขับรถเกียร์ออโต้ 48773
อะไหล่ ปลอม & เทียบ & เทียม 4560
ภาษีรถยนต์ เสียเองก็ได้ไม่ยากเลย 10487
วิธีติดตามรถ เมื่อรถหายได้โดยเร็วที่สุด 5390
ท่อเฮดเดอร์ ไล่ไอเสีย เพิ่มกำลัง 9280
29 เรื่องเข้าใจผิดของคนใช้รถ 18937
การเคลมประกันรถยนต์ 5337
การจัดไฟแนนซ์ 8266
 
ดูรายการทั้งหมด รถมือสอง รถบ้าน