หน้าแรก |  รวมรถบ้าน |  รวมรถเต๊นท์ |  รวมประกาศซื้อรถ |  อะไหล่ ของแต่ง รถยนต์ |  สินค้าอื่นๆ |  ราคารถใหม่ |  รวมรถมือสองทั้งหมด
  ลงประกาศขาย อะไหล่ ของแต่ง รถ ฟรี  |  ลงประกาศขาย สินค้าอื่นๆ ฟรี  |  ลงประกาศขายรถ ฟรี |  ลงประกาศซื้อรถ ฟรี |  ช่วยเหลือ
 สมาชิก login
ชื่อ:
รหัส:
สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

 ค้นหารถมือสอง โดยใช้รหัส
 รถ หรือเลขทะเบียนรถ
< วิธีดูรหัส

 บทความน่ารู้
29 เรื่องเข้าใจผิดของคนใช้รถ(17716)
10 อันดับรถสวยแห่งปี 2009 (17553)
เทคโนโลยีการขับขี่ในยุคหน้า(11017)
เรื่องควรรู้ก่อนการต่อประกันรถ(17897)
การขับรถเกียร์ออโต้(47384)
การเคลมประกันรถยนต์(14130)
เข็มขัดนิรภัยในรถยนต์(6397)
ปัญหายอดฮิตของระบบเบรก(8090)
มารยาทในการขับรถยนต์(5187)
เล่นกับพวงมาลัย(9455)
สารพันดูแลยางรถยนต์(5116)
อะไหล่รถยนต์:แท้ เทียบ เทียม ปลอม เลือกกันอย่างไรดี(9659)
ไฟซีนอน(6654)
ท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง(6611)
กระจกชอบน้ำ"เทคโนโยลีใหม่ที่ควรรู้จัก(5383)
อัตราค่าปรับ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 (รู้ไว้เผื่อโดนฟันเกินราคา)(12615)
วิธีดูแลระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์(7560)
ล้อแม็ก .... ไม่ใช่แค่ความสวย(10799)
  ดูรายการทั้งหมด   

อะไหล่แท้ Toyota
ศูนย์รวมอุปกร์ตกแต่ง Toyota
ประกันภัย

 บริการอื่นๆที่น่าสนใจ
เคล็ดลับการขายรถใช้แล้ว
การเลือกซื้อรถมือสอง
สีรถกับโชคชะตา
ความแตกต่างระหว่างNGV
และLPG
ชำระเบี้ยประกันภัย
กฏหมายจราจร
ข้อมูลด้านการขนส่ง

ข้อเสนอแนะ
 
คลิกที่นี่

ยินดีต้อนรับพันธมิตรทุกท่าน
copy link ด้านล่างนี้ นำ ไปใส่เว็บ
ของท่าน ส่งlinkท่านให้เรา
คลิกที่นี่
 

 
 
    เทคโนโลยีการขับขี่ในยุคหน้า 
     

มาดูเทคโนโลยีการขับขี่ในยุคหน้ากันคับใก้ลเหมือนในหนังเข้าไปทุกที

     หลายๆ ท่านอาจจะคุ้นเคยกับระบบควบคุมความเร็วในขณะเดินทางกันดีอยู่ แล้ว กับความสะดวกสบายจากการที่ไม่ต้องมานั่งคุมคันเร่งแต่อย่างใด ถ้า เป็นของเมืองนอกเมืองนาที่ถนนค่อนข้างโล่ง มันก็คงจะเป็นผู้ช่วยแสนดีอยู่ ไม่น้อย แต่กับบ้านเราที่เดี๋ยวมีมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า, หลบหลุมหรือต้องแซง รถใหญ่ที่อยากจะวิ่งขวาบ้างล่ะก็ ซึ่งต้องเบรคต้องเร่งอยู่ตลอดเวลา เพราะ ฉะนั้นจะมีหรือไม่มี Cruise Control ก็แทบจะไม่ต่างกันเลยล่ะครับ

เป็นงานสุดบรรเจิดจาก 5 ผู้สมรู้ร่วมคิดแห่งเกาะอังกฤษ ที่นอกจากจะช่วยให้ การเดินทางนั้นสะดวกสบายและราบรื่นยิ่งกว่าเดิมแล้ว ยังช่วยเรื่องอัตราการสิ้น เปลืองและมลภาวะได้อีกด้วย โดยระบบจะทำการคำนวณในส่วนของเส้นทางที่ ดีที่สุด ผ่านสภาพการจราจร, ภูมิประเทศ, ความโค้งของถนน, ทางแยก, เนิน หลังเต่า, สัญญาณไฟจราจร, ความเร็วที่จำกัด ณ บริเวณนั้นๆ และข้อมูลอื่นๆ ที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางของคุณ จากนั้นระบบก็จะสั่งการไปยังลิ้นเร่งและเบรคสำหรับการขับขี่ในบริเวณนั้นๆ ซึ่งก็จะช่วยให้ความเร็วของรถไม่เกินไปจากที่กฎหมายกำหนด, ลดความเร็วอัตโนมัติก่อนถึงโค้ง (เนินหลังเต่า หรือวงเวียน) และรู้กระทั่งว่าต้องหยุด หากสัญญาณไฟจราจรยังเป็นสีแดง ซึ่ง คาดว่านวัตกรรมดังกล่าวจะช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองลงได้ถึง 5-24 % เลยที เดียว และน่าจะได้ใช้กันไม่เกินปี 2012 ที่จะถึงนี้

     นวัตกรรมอันชาญฉลาดดังที่กล่าวมา จะประกอบไปด้วยผู้ช่วยสุดไฮเทคอย่าง Adaptive Cruise Control ที่ยกระดับความแสนรู้ของ Cruise Control กับการ เพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์ความเร็วของรถคันหน้าและรักษาระยะห่างให้ เหมาะสมกับความเร็วของรถคันหน้าและของเรานั่นเองล่ะครับ ซึ่งจะตามมาด้วย Learning to Read Speed Signs กับเทคโนโลยีที่ช่วยให้ตัวรถสามารถอ่าน ป้ายจำกัดความเร็วได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับ
การขับขี่แล้ว ยังช่วยให้คุณรอดพ้นจากใบสั่งได้อีกด้วย กับผลการทดลองโดย ใช้ระบบนำทางผ่านสัญญาณดาวเทียมในโทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อเข้ากับกล่อง ECU (อย่างไรไม่ระบุ) เพื่อวิเคราะห์สภาพเส้นทางที่คุณจะต้องขับผ่าน จากนั้นระบบก็จะเป็นคนจัดการเรื่องการใช้คันเร่งกับเบรคให้คุณเอง ซึ่งประสิทธิภาพในการตอบสนองของตัวรถ (รถไฮบริด) พบว่าทำอัตราการสิ้นเปลืองดีขึ้นกว่าเดิม 5-24 % เลยล่ะครับ

     คล้ายๆ กับระบบนำทางด้วยสัญญาณดาวเทียม แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว เพราะระบบนั้นจะสามารถควบคุมความเร็วของตัวรถได้ผ่านระบบ Adaptive Cruise Control และ Regenerative Braking ผสานด้วยระบบนำทางด้วยสัญญาณ ดาวเทียม เพื่อให้ตัวรถเคลื่อนที่ได้ตามความเร็วที่กฎหมายกำหนดและยังสอด คล้องกับสภาพการจราจรในขณะนั้นๆ อีกด้วย ซึ่งก็รวมไปถึงการนับถอยหลังสู่ สัญญาณไฟเขียว ที่ระบบจะลดความเร็วโดยอัตโนมัติหากว่าสัญญาณไฟจราจร ยังแดงโร่อยู่ ยิ่งจับคู่กันกับรถไฮบริดก็ยิ่งเป็นผล เพราะว่าจะช่วยทำให้ระบบ Regenerative Braking สามารถชาร์จไฟได้ในขณะชะลอความเร็ว กลับไปยัง แบตเตอรี่ได้อย่างเต็มๆ และยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในขณะขับเคลื่อนด้วย มอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างเห็นผล พูดง่ายๆ ก็คือ คุณมีหน้าที่แค่ขยับพวงมาลัย ส่วนแป้นคันเร่งและเบรค ระบบจะทำหน้าที่ควบคุมเองครับ

     โดยระบบดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาและทดสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะให้พร้อมใช้สำหรับ Production Cars ในปี 2012 ที่จะถึงนี้ โดยประเทศ อังกฤษคาดว่าน่าจะช่วยลดการใช้ปริมาณน้ำมันดิบได้ถึง 460 ล้านลิตร/ปี (แต่ ไม่ระบุปริมาณรถ) เลยทีเดียว และนอกจากปริมาณดิบที่ใช้จะน้อยลงแล้ว ข้อดี อีกประการก็คือมลภาวะที่ทำให้โลกร้อน ก็จะลดลงไปอีกด้วย เรื่องไฮเทคนี่ไม่ เถียง แต่มันคงรู้สึกแปลกๆ พิกลที่ขับรถไป แล้วบังคับได้แค่พวงมาลัยนี่ดิครับ นึกไม่ออกเหมือนกันว่ามันจะเก้ๆ กังๆ ซักแค่ไหนน้อ ?

บทความจาก etoyota club

ที่มา >> http://www.thaicartrick.com/

 
     
 
 อ่าน[11017]        
 
     
   บทความเกี่ยวกับ รถยนต์ อื่นๆที่น่าสนใจ  
 
 
  หัวเรื่อง อ่าน
ทำไม ? แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานสั้นลง 4539
สำหรับ คุณผู้หญิง 3 4522
รถแต่ง รถซิ่ง ผิดเพราะแปลกตาหรือกระทำผิดจริง 6152
เข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ 6397
พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า (ELECTRIC POWER STEERING) 8748
วิธีการ modify เบรคให้ดีขึ้น 6405
เรื่องของคลัตช์และการแก้ปัญหา 7560
วิธีการเลือกซื้อรถ 8839
การดูแลหลังซื้อรถยนต์มือสอง 10538
ท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง 6611
 
ดูรายการทั้งหมด รถมือสอง รถบ้าน