หน้าแรก |  รวมรถบ้าน |  รวมรถเต๊นท์ |  รวมประกาศซื้อรถ |  อะไหล่ ของแต่ง รถยนต์ |  สินค้าอื่นๆ |  ราคารถใหม่ |  ราคาน้ำมัน |  รวมรถมือสองทั้งหมด
  ลงประกาศขาย อะไหล่ ของแต่ง รถ ฟรี  |  ลงประกาศขาย สินค้าอื่นๆ ฟรี  |  ลงประกาศขายรถ ฟรี |  ลงประกาศซื้อรถ ฟรี |  ช่วยเหลือ
 สมาชิก login
ชื่อ:
รหัส:
สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

 ค้นหารถมือสอง โดยใช้รหัส
< วิธีดูรหัส

 บทความน่ารู้
ขั้นตอนในการทะนุถนอมยางใบปัดน้ำฝน(9736)
เลือกผ้าคลุมรถตามระดับการปกป้อง(6469)
เมื่อไหร่ที่ควรจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง(8744)
อาการบ่งบอกว่าหัวเพลาเริ่มหมดสภาพ(9106)
เทคนิคเพิ่มความปลอดภัยให้กับการขับขี่ยามค่ำคืน(6106)
ยางหุ้มเพลา..ถ้าปล่อยให้ขาด ก็เป็นเรื่อง(8296)
อยากรู้มั๊ย..รถคุณมีม้ากี่ตัว(8722)
ทริ๊คเล็ก ๆ ในการขจัดยางไม้(6596)
หลอดไฟหน้าขาด...ไม่ต้องถึงมือช่างก็ได้(7001)
ยางหิ้วท่อขาด...อย่านิ่งดูดาย(6634)
เมื่อเซ็นเซอร์ ABS สกปรก(7280)
เบรคไม่อยู่ หรือ เบรคจม(8833)
29 เรื่องเข้าใจผิดของคนใช้รถ(10656)
10 อันดับรถสวยแห่งปี 2009 (11192)
เทคโนโลยีการขับขี่ในยุคหน้า(5350)
เรื่องควรรู้ก่อนการต่อประกันรถ(8189)
การขับรถเกียร์ออโต้(17178)
การเคลมประกันรถยนต์(7324)
  ดูรายการทั้งหมด   

อะไหล่แท้ Toyota
ศูนย์รวมอุปกร์ตกแต่ง Toyota
อีการ์ดออนไลน์
รถเก่าหายาก
ประกันภัย

 บริการอื่นๆที่น่าสนใจ
เคล็ดลับการขายรถใช้แล้ว
การเลือกซื้อรถมือสอง
สีรถกับโชคชะตา
ความแตกต่างระหว่างNGV
และLPG
ชำระเบี้ยประกันภัย
ปั้ม NGV
กฏหมายจราจร
กฏหมายคมนาคม
กฎหมายเกี่ยวกับยานยนต์
ข้อมูลด้านการขนส่ง

 บริการไฟแนนซ์
 > รับจดทะเบียน
 > บริการโอนรถยนต์
 > รับจัดไฟแนนซ์
ติดต่อ คุณ วศิญาภาส์ 02-3184059

ข้อเสนอแนะ
 
คลิกที่นี่

ยินดีต้อนรับพันธมิตรทุกท่าน
copy link ด้านล่างนี้ นำ ไปใส่เว็บ
ของท่าน ส่งlinkท่านให้เรา
คลิกที่นี่
 

 
 
    ยางหุ้มเพลา..ถ้าปล่อยให้ขาด ก็เป็นเรื่อง 
     
 
เพลาขับ อุปกรณ์สำคัญในการถ่ายทอดพละกำลังที่สำคัญยิ่ง  โดยเฉพาะกับรถที่
ขับเคลื่อนล้อหน้าที่นอกจากจะรับหน้าที่ผลักดันให้ล้อและยางหมุนเพื่อเคลื่อนตัว
แล้ว ยังต้องรองรับการหักเลี้ยวของล้อคู่หน้า  และยืดหดได้ตามการยุบตัวของล้อ
ด้วย ยังผลให้หัวเพลาขับต้องรับภาระที่ค่อนข้างหนักหนาสาหัสไม่น้อย  หัวเพลา
ขับจึงเป็นอะไรที่ต้องการการใส่ใจและปกป้องเป็นพิเศษ   เพราะค่าใช้จ่ายในการ
เปลี่ยนหัวเพลานั้นไม่น้อยเลยนะครับ
 
 
 
เกือบทั้งหมดของรถขับเคลื่อนล้อหน้า   จะเป็นหัวเพลาแบบข้อต่ออ่อนแบบความ
เร็วคงที่ หรือที่นิยมเรียกกันว่า CV (Constant Velocity) Joint ซึ่งความเร็วของล้อ
เพลาขับและเพลาตามจะหมุนด้วยความเร็วคงที่เท่ากันตลอด การส่งกำลังจึงเป็น
ไปอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาครับ หัวเพลาจึงต้องมีบู๊ทหัวเพลาที่คอยป้องกันไม่ให้
ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกต่างๆ เข้ากั้นกลางระหว่างหัวเพลานอกและใน ซึ่งแต่เดิมมีพื้นที่
สัมผัสก็ค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว ดังนั้นหากมีสิ่งสกปรกที่ไม่พึงประสงค์เข้าคลุกวงใน
ล่ะก็  (แล้วละเลยไม่รีบเปลี่ยนล่ะก็)  โอกาสที่หัวเพลานั้นจะชำรุดก่อนวัยอันควรมี
ค่อนข้างสูงเลยล่ะครับ และมันก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ เสียด้วยซิ
 
 
 
ก็อย่างที่ “นาย T” ได้เกริ่นไปแล้วนั้น เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ปกป้องหัวเพลา
ด้วยการกันไม่ให้สิ่งสกปรกต่างๆ  เข้ากล้ำกลาย  เพราะนั่นคือการบั่นทอนอายุการ
ใช้งานของหัวเพลาอย่างดีเลยล่ะครับ ดังนั้นถ้าหากดูแลยางหุ้มเพลาดีๆ ก็จะเป็น
ปัจจัยที่เอื้อให้หัวเพลาทนทานขึ้นด้วยแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะต้องอาศัยพฤติกรรมของ
คนขับร่วมด้วย  ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวหรือเลี้ยวอย่างรุนแรง  เหล่านี้ก็ล้วนแต่ทำ
ให้หัวเพลาสึกหรอเร็วกว่าเดิมได้ทั้งนั้น   ว่าแล้วก็ไปดูกันดีกว่าว่าในการตรวจเช็ค
สภาพของยางหุ้มเพลานั้น ต้องทำอย่างไรกันบ้าง ?
 
 
 
ถ้าให้ “นาย T” แนะนำ การเข้าศูนย์บริการหรืออู่ที่มีฮอยสท์จะง่ายกว่าครับ เพราะ
ตัวฮอยสท์จะแน่นหนาและช่วยให้การตรวจเช็คนั้นรวดเร็วกว่าครับ หลังจากที่ประ
จำบนฮอยสท์ที่ยกจนสูงพอประมาณเรียบร้อยแล้ว   ก็ให้ชำเลืองไปที่บริเวณหลัง
ดุมล้อหน้าได้เลยครับ เราก็จะเห็นยางหุ้มเพลาสีดำๆ  รูปทรงโคนเป็นหยักๆ เกาะ
อยู่ที่หลังดุมล้อ ซึ่งหากยางหุ้มเพลายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ก็จะมีเพียงคราบฝุ่น
เกาะอยู่ที่โดยรอบเท่านั้น แต่หากมีคราบเยิ้มๆ ของจารบีติดมาด้วยล่ะก็ มีแววที่จะ
ได้เสียเงินแล้วล่ะครับ
 
 
 
แต่เพื่อความชัวร์ให้ลองหมุนล้อโดยรอบ  ซึ่งก็จะรวมไปถึงเข็มขัดรัดปลายยางหุ้ม
เพลาทั้ง 2 ด้านด้วย เพราะถ้าหากขาดหรือบาดยางหุ้มเพลาล่ะก็  อาจมีสิทธิ์ที่สิ่ง
สกปรกจะเข้าสู่หัวเพลาและมีจาระบีด้านในจะเล็ดรอดออกในไม่ช้า ตามมาการหัก
เลี้ยวล้อไปทางซ้ายและขวา ก็เพื่อดูรอยปริของยางหุ้มเพลา ซึ่งบางทีอาจมองไม่
เห็นหากไม่หักเลี้ยว จากนั้นก็มาหมุนให้ครบรอบเพื่อตรวจเช็ครอยปริหรือขาด ซึ่ง
หากตรวจพบแม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรจะรีบเปลี่ยนในทันที เพราะการปริแม้จะเพียง
เล็กน้อย ก็สามารถที่จะดันจาระบีภายในให้ออกมาได้แล้ว  ซึ่งนั่นก็หมายถึงการรับ
เอาสิ่งสกปรกเข้าไปทำร้ายชิ้นส่วนต่างๆ ในหัวเพลาได้ด้วยเช่นกัน
 
 
 
ลางบอกเหตุอีกอย่างก็คือ คราบจาระบีบริเวณขอบล้อด้านใน  ซึ่งถ้าถึงขั้นนั้นแล้ว
ล่ะก็  “นาย T”  แนะนำว่าควรจะรีบเปลี่ยนยางหุ้มเพลาโดยด่วนเลยครับ เพราะใน
ขณะที่ล้อรถหมุนนั้น จาระบีที่ทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานและการเสียดสีของโลหะ
ภายในหัวเพลานั้นจะถูกเหวี่ยงอยู่ตลอด  ในกรณีที่ยางหุ้มเพลายังกักเก็บไว้ได้ดี ปัญหาก็มักจะไม่ค่อยเกิด แต่เมื่อใดที่ยางหุ้มเพลาเริ่มปริ จาระบีก็มีโอกาสที่จะเล็ด
รอดออกสู่ภายนอกได้   นั่นหมายความว่าโลหะจะได้กระทบกระทั่งกันเองโดยไม่มี
ตัวกลางคอยห้ามปราม  แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือจะเป็นการเปิดโอกาสให้สิ่งสกปรก
ต่างๆ เข้าร่วมวงด้วยนั่นเองครับ ค่ายางหุ้มเพลา (แท้ๆ) กับค่าแรงที่เปลี่ยนนั้น ยัง
ไงก็ถูกกว่าเปลี่ยนหัวเพลานะครับ
 
 

บทความจาก E-toyotaclub.com

 
     
 
 อ่าน[8296]        
 
     
   บทความเกี่ยวกับ รถยนต์ อื่นๆที่น่าสนใจ  
 
 
  หัวเรื่อง อ่าน
กรองแอร์นั้นสำคัญอย่างไร 6800
เทคนิคการเลือกซื้อแม็กมือสอง 4528
ใช้รถขับหน้าให้ทนทาน 4901
มีความรู้เรื่องยางมาฝากครับ 3100
เบรคไม่อยู่ หรือ เบรคจม 8833
กระจกชอบน้ำ"เทคโนโยลีใหม่ที่ควรรู้จัก 3578
สำหรับ คุณผู้หญิง 3 2340
เข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ 3729
อยากรู้มั๊ย..รถคุณมีม้ากี่ตัว 8722
การดูแลหลังซื้อรถยนต์มือสอง 5045
 
ดูรายการทั้งหมด รถมือสอง รถบ้าน